วิธีเลือกโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ปกครอง

คู่มือจริง ๆ สำหรับครอบครัวที่กำลังหาโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องหลักสูตร ค่าเทอม ชีวิตประจำวัน และผลการเข้ามหาวิทยาลัย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่าน

  • กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติมากกว่า 100 แห่ง การเลือกต้องใช้มากกว่าการดูอันดับ
  • หลักสูตร ค่าเทอม รูปแบบการสอน ชีวิตประจำวัน และผลมหาวิทยาลัย ต่างมีน้ำหนักไม่เท่ากันสำหรับเด็กแต่ละคน
  • ข้อมูลมหาวิทยาลัยจริง และการมาเยี่ยมในวันเรียนปกติ บอกได้มากกว่าโบรชัวร์
  • บทความนี้ตอบคำถามที่ผู้ปกครองค้นหามากที่สุด เช่น ค่าเทอม ความต่างระหว่างโรงเรียนนานาชาติกับสองภาษา การสมัคร และชีวิตในโรงเรียนจริง ๆ

กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับครอบครัวที่ย้ายมาใหม่ หรือครอบครัวไทยที่กำลังย้ายจากระบบไทยมาเรียนนานาชาติ จำนวนตัวเลือกที่มากอาจทำให้รู้สึกหนักใจ

บทความนี้ไม่ใช่การจัดอันดับโรงเรียน แต่เป็นกรอบการพิจารณาที่ตรงไปตรงมา รอบ ๆ คำถามที่สำคัญจริง ๆ ว่าลูกจะได้เรียนอะไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ชีวิตในแต่ละวันเป็นอย่างไร และเส้นทางหลังเกรด 12 ไปทางไหน

ทำไมการตัดสินใจนี้ถึงยากกว่าที่คิด

สัญชาตญาณแรกของผู้ปกครองหลายคนคือมองหาโรงเรียนที่มีชื่อเสียง อัตรารับเข้ามหาวิทยาลัยสูง หรือหลักสูตรที่คุ้นเคยจากบ้านเกิด สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มที่ดี แต่มักไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด

โรงเรียนที่บอกว่ารับนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยได้ “100%” มีความหมายน้อยถ้าไม่รู้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยอะไร หรือมีนักเรียนออกไปก่อนจบเท่าไหร่ หลักสูตรที่พ่อแม่คุ้นอาจไม่เหมาะกับสไตล์การเรียนของลูก และอาคารสวยก็แทนการสอนที่ดีไม่ได้ ข้อต่อไปนี้จะช่วยให้คุณมองทะลุพื้นผิวและประเมินได้จริงจังขึ้น

1. ทำความเข้าใจหลักสูตร ไม่ใช่แค่ชื่อ

โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ ใช้หลักสูตรหลักอยู่หลายแบบ

หลักสูตรอเมริกัน (กับ AP): กว้างและยืดหยุ่น นักเรียนเรียนวิชาระดับมหาวิทยาลัยผ่าน Advanced Placement ได้หลายวิชา เหมาะกับเด็กที่มุ่งมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ แคนาดา และที่อื่นที่รับรอง AP

หลักสูตร IB: โปรแกรม 2 ปีสำหรับเกรด 11–12 ที่กำหนดรายวิชาและข้อกำหนดเสริมไว้ชัด มี Extended Essay, CAS และ Theory of Knowledge ได้รับการยอมรับทั่วโลก

หลักสูตรอังกฤษ (A-Level / IGCSE): เรียนวิชาเลือก 3–4 วิชาในเชิงลึก เหมาะกับเด็กที่ต้องการเชี่ยวชาญสาขาเดียวและมุ่งมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

หลักสูตรไทย-อินเตอร์ / สองภาษา: บางโรงเรียนผสมหลักสูตรไทยกับการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณภาพและการยอมรับระดับสากลต่างกันมาก

คำถามที่ควรถามไม่ใช่ “หลักสูตรไหนดีที่สุด” แต่ “หลักสูตรไหนเหมาะกับลูกเรามากที่สุด” เด็กที่ชอบเรียนหลายอย่างอาจเติบโตได้ดีในระบบ AP ส่วนเด็กที่อยากเจาะลึกอาจเหมาะกับ A-Level หรือ IB

2. มองค่าเทอมและค่าใช้จ่ายรวมตามจริง

ค่าเทอมเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองค้นหามากที่สุด และโรงเรียนก็ไม่ได้บอกภาพรวมทั้งหมดเสมอ ค่าเทอมรายปีเป็นแค่จุดเริ่มต้น

เวลาเทียบโรงเรียน ให้ถามค่าใช้จ่ายรวม ไม่ใช่แค่ตัวเลขหน้าปก

  • ค่าเทอมรายปี และว่ามันสูงขึ้นแค่ไหนเมื่อเด็กขึ้นชั้นไปถึงเกรด 12
  • ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว เช่น ค่าสมัคร ค่ามัดจำรักษาสิทธิ์ บางที่มีค่าแรกเข้า
  • ค่าเทอมรวมอะไรบ้าง อาหารกลางวัน รถรับส่ง หนังสือ อุปกรณ์ ชุดนักเรียน ค่าสอบ ทัศนศึกษา
  • เงื่อนไขการชำระ รายเทอมหรือรายปี และมีส่วนลดพี่น้องไหม
  • ทุนการศึกษาและความช่วยเหลือ และเงื่อนไขการขอ

โรงเรียนที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่า และที่แพงกว่าก็ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ ความคุ้มค่าคือความสัมพันธ์ระหว่างเงินที่จ่ายกับสิ่งที่ลูกได้กลับมา ทั้งคุณภาพการสอน ผลมหาวิทยาลัย และการดูแล ขอตารางค่าเทอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากทุกโรงเรียน เพื่อให้เทียบกันบนฐานเดียวกัน

3. ดูผลการเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่อัตราการรับ

ตัวเลข “100% ของนักเรียนได้รับการรับเข้ามหาวิทยาลัย” ต้องการบริบทเสมอ มหาวิทยาลัยไหน? กี่คนจากนักเรียนทั้งชั้น? มีใครออกไปก่อนจบหรือไม่?

ตัวเลขที่บอกได้มากกว่าคือ

  • จำนวน offer เฉลี่ยต่อนักเรียน 1 คน
  • รายชื่อมหาวิทยาลัยที่นักเรียนลงทะเบียนเรียนจริง ไม่ใช่แค่ได้รับการตอบรับ
  • มูลค่าทุนการศึกษาที่นักเรียนได้รับ
  • สัดส่วนนักเรียนที่เรียนต่อในและต่างประเทศ
  • การแนะแนวมหาวิทยาลัยเริ่มตอนไหน และช่วยเตรียม SAT อย่างไร

ที่โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ บัณฑิตได้รับ offer มหาวิทยาลัยเฉลี่ย 6.9 แห่ง ต่อคน มีการตอบรับจาก Harvard, Stanford, MIT, Oxford และ Cambridge รุ่นจบปี 2562 ได้รับข้อเสนอทุนรวมกว่า 8.4 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้บอกได้มากกว่าตัวเลขอัตราการรับเพียงอย่างเดียว โรงเรียนที่มีผลลัพธ์ดีจริงจะเปิดเผยข้อมูลพวกนี้ได้โดยไม่ลังเล

4. ถามเรื่องรูปแบบการสอน

รูปแบบการสอน คือว่าครูถูกจัดอย่างไรและนักเรียนได้รับการสนับสนุนอย่างไร ต่างกันมากในแต่ละโรงเรียนและส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกโดยตรง

บางโรงเรียนใช้ครูที่เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา สอนเฉพาะวิชาของตัวเองทุกระดับชั้น บางโรงเรียนใช้ครูประจำชั้นที่สอนหลายวิชา ซึ่งอาจเหมาะกับเด็กเล็กแต่จำกัดความลึกเมื่อเด็กโตขึ้น บางที่มีระบบดูแลการเรียนหรือ EAL แยก บางที่ดูแลทุกคนในห้องเรียนปกติ

ที่โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ใช้ Two-Teacher Model ในเกรด 1–4 คือมี Subject Expert Teacher (SET) ผู้เชี่ยวชาญในวิชานั้น ทำงานคู่กับ Learning Expert Teacher (LET) ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ในห้อง ตั้งแต่เกรด 5 SET จะทำงานร่วมกับ Academic Coach รูปแบบนี้ส่งผลทั้งต่อคุณภาพการสอนและการดูแลเมื่อเด็กเจอเรื่องยาก ลองถามทุกโรงเรียนว่า ใครจะสอนลูกเรา พื้นเพครูเป็นอย่างไร และโรงเรียนทำอย่างไรเมื่อนักเรียนเรียนไม่ทัน

5. นึกภาพชีวิตประจำวันของลูก

หลักสูตรกับค่าเทอมใส่ลงตารางได้ง่าย แต่สิ่งที่ลูกใช้ชีวิตจริงทุกวันเห็นยากกว่า และสำคัญกว่า

ลองนึกภาพวันธรรมดาวันหนึ่ง ห้องเรียนใหญ่แค่ไหน เด็กได้รับความใส่ใจรายคนมากน้อยเพียงใด โรงเรียนทำอย่างไรกับเด็กที่เรียนเร็ว และเด็กที่ตามช้า เรื่องสุขภาพใจและการดูแลด้านอารมณ์เป็นอย่างไร ช่วงพักและมื้อเที่ยงเป็นแบบไหน และหลังเลิกเรียนมีชมรม กีฬา ดนตรี ศิลปะอะไรบ้าง

ถามเรื่องขนาดห้องเรียนให้ชัด ห้องเล็กมักหมายความว่าครูรู้จักเด็กเป็นรายคน ถามว่าโรงเรียนดูแลด้านสังคมอย่างไร ทั้งเรื่องเพื่อน การปรับตัว และประสบการณ์ของเด็กที่ย้ายเข้ามากลางปีจากอีกประเทศ

หลายครอบครัวยังใช้ ค่ายซัมเมอร์ (summer camp) หรือการมาทดลองเรียน เป็นวิธีทดสอบความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเรียนเต็มปี เป็นวิธีที่กดดันน้อย ได้เห็นว่าลูกตอบสนองกับบรรยากาศ ครู และเพื่อนอย่างไร ถ้าโรงเรียนมีโปรแกรมช่วงปิดเทอม ลองถามว่ามันสะท้อนชีวิตในโรงเรียนจริงได้แค่ไหน

An enthusiastic student raising her hand during class at an international primary school

7. คิดเรื่องทำเลและการเดินทาง

การเดินทางไกลทุกวันท่ามกลางรถติดในกรุงเทพฯ ส่งผลต่อเด็กมากกว่าที่พ่อแม่คิด สิบชั่วโมงต่อสัปดาห์บนรถ คือสิบชั่วโมงที่หายไปจากการนอน การบ้าน หรือการเล่น

ลองดูว่าโรงเรียนอยู่ตรงไหนเทียบกับบ้านและที่ทำงาน เวลาเดินทางจริงช่วงเร่งด่วนเท่าไหร่ และโรงเรียนมีรถรับส่งในเส้นทางไหนบ้าง โรงเรียนที่อยู่ในระยะที่สมเหตุสมผล อย่างโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ที่อยู่บนถนนพระราม 2 (ซอย 54) ติดเซ็นทรัล พระราม 2 ช่วยให้ชีวิตวันธรรมดาเรียบง่ายขึ้นได้ชัดเจน ลองนำการเดินทางมาคิดในลิสต์ตัวเลือกก่อนจะหลงรักแคมปัสที่อยู่อีกฝั่งของเมือง

8. มาเยี่ยมชมขณะเปิดเรียนจริง

การมาดูในวันหยุดบอกได้แค่ว่าอาคารเป็นอย่างไร แต่การมาในวันเรียนปกติบอกว่าโรงเรียนเป็นอย่างไร

เมื่อมาในวันเรียน คุณจะเห็นว่านักเรียนเดินผ่านพื้นที่ต่าง ๆ อย่างไร ครูกับนักเรียนปฏิสัมพันธ์กันแบบไหน บรรยากาศสงบและมีจุดมุ่งหมายหรือวุ่นวาย และเด็กที่คุณพบดูมีส่วนร่วมหรือไม่ สิ่งเหล่านี้แต่งขึ้นได้ยากและมักจริงกว่าการนำเสนอในห้องรับสมัคร

ที่โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ มีโปรแกรม Discovering BASIS Day ซึ่งเป็นการนัดเยี่ยมชมแบบส่วนตัว (private tour) ที่เชิญครอบครัวมาเยี่ยมในวันเรียนปกติ เพื่อเห็นสภาพแวดล้อมการเรียนจริง นำคำถามมาด้วยและสังเกตด้วยตัวเอง

9. คิดถึงความต่อเนื่องระยะยาว

โรงเรียนที่เหมาะกับลูกตอน 5 ขวบ อาจไม่ใช่ที่ที่เหมาะตอน 15 ปี เวลาประเมินโรงเรียน ให้ดูช่วงทั้งหมดที่โรงเรียนเปิดสอน

ถ้าโรงเรียนสอนตั้งแต่อนุบาลถึงเกรด 12 ให้ดูว่าวัฒนธรรม รูปแบบการสอน และความเข้มข้นทางวิชาการสม่ำเสมอตลอดทุกระดับหรือไม่ ดูจุดเปลี่ยนสำคัญด้วย ทั้งจากประถมไปมัธยม และจากมัธยมสู่การสมัครมหาวิทยาลัย โรงเรียนมีทีมแนะแนวมหาวิทยาลัยเฉพาะไหม เริ่มแนะแนวตั้งแต่ตอนไหน สำหรับหลายครอบครัว การศึกษาระดับมัธยมคือการลงทุนที่สำคัญที่สุดที่ทำเพื่อลูก

10. คุยกับผู้ปกครองที่ลูกเรียนอยู่แล้ว

ไม่มีการหาข้อมูลใดแทนบทสนทนากับพ่อแม่ที่ลูกเรียนอยู่ที่นั่นจริง ๆ

ผู้ปกครองเหล่านี้จะบอกสิ่งที่ทีมรับสมัครบอกไม่ได้ ทั้งโรงเรียนตอบสนองอย่างไรเมื่อมีปัญหา การติดต่อครูง่ายหรือยาก ลูกเขาเติบโตเปลี่ยนไปอย่างไร และถ้าให้เลือกใหม่จะเลือกที่เดิมไหม ริเริ่มหาบทสนทนานี้เอง โรงเรียนส่วนใหญ่ช่วยประสานกับผู้ปกครองอาสาได้ ถ้าที่ไหนลังเล นั่นก็บอกอะไรได้เช่นกัน

โรงเรียน “นานาชาติ” กับ “สองภาษา” ต่างกันอย่างไร

ผู้ปกครองหลายคนสงสัยว่าโรงเรียน “นานาชาติ” ต่างจาก “สองภาษา” หรือ “อินเตอร์” อย่างไร เป็นจุดที่สับสนบ่อยและมีผลทั้งต่อค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์

โรงเรียนนานาชาติแท้ ๆ สอนทั้งหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่น) ใช้กรอบหลักสูตรสากลอย่างอเมริกัน อังกฤษ หรือ IB และมักได้รับการรับรองจากองค์กรระดับสากล ส่วนโรงเรียนสองภาษาสอนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มักอิงหลักสูตรไทยและเพิ่มการสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนสองภาษามักค่าเทอมต่ำกว่าและอยู่ใกล้ระบบไทย ส่วนนานาชาติค่าเทอมสูงกว่าและมุ่งสู่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ

ไม่มีแบบไหน “ดีกว่า” ในตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าคุณหวังให้ลูกเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ไหน และการเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดสำคัญกับครอบครัวแค่ไหน

ทำไมต้องเลือกโรงเรียนนานาชาติ

สำหรับครอบครัวที่กำลังชั่งใจ เหตุผลของโรงเรียนนานาชาติมักสรุปได้ไม่กี่ข้อ

เด็กเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและจบมาใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการได้คล่อง เรียนหลักสูตรที่ทั่วโลกรู้จัก ซึ่งเปิดทางเลือกมหาวิทยาลัยไว้หลายประเทศ ห้องเรียนมักเล็กกว่า และการสอนเน้นการอภิปรายมากกว่าท่องจำ อีกทั้งระบบแนะแนวมหาวิทยาลัย การเตรียมสอบมาตรฐาน และวุฒิระดับสากล ออกแบบมาเพื่อเด็กที่สมัครเรียนต่างประเทศ

ข้อที่ต้องมองตามจริงคือค่าใช้จ่ายและความผูกพันระยะยาว โรงเรียนนานาชาติเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และได้ผลดีที่สุดเมื่อหลักสูตรและวัฒนธรรมเหมาะกับลูกจริง ข้อดีมีจริง แต่ไม่ได้เกิดเองอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คำถามในบทความนี้สำคัญ

ขั้นตอนการสมัครเรียน

เมื่อได้รายชื่อโรงเรียนที่สนใจแล้ว เส้นทางมักคล้ายกันในแต่ละที่

เริ่มจากสอบถามและนัดเยี่ยมชม ควรเป็นวันเรียนปกติ จากนั้นยื่นใบสมัครพร้อมผลการเรียนเดิม บางที่ขอจดหมายรับรอง หลายโรงเรียนมีการประเมินหรือสัมภาษณ์เพื่อดูระดับของเด็ก โดยเฉพาะกรณีย้ายโรงเรียน เมื่อได้รับการตอบรับ ครอบครัวจ่ายค่ามัดจำเพื่อรักษาสิทธิ์ แล้วทำเรื่องลงทะเบียนให้เสร็จก่อนเปิดเทอม

ลองถามเรื่องจุดรับเข้าตามระดับชั้น คิวรอในชั้นที่คนสมัครเยอะ และการดูแลเด็กที่ย้ายเข้ามากลางปี ที่โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ รับนักเรียนตั้งแต่ Nursery ถึงเกรด 12 รวมถึงนักเรียนย้ายโรงเรียน พร้อมกระบวนการปรับตัวที่เป็นระบบ

ตัดสินใจให้ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของคุณ

ไม่มีคำตอบเดียวว่าโรงเรียนนานาชาติไหนในกรุงเทพฯ ดีที่สุด มีแต่คำตอบที่เหมาะกับลูก ค่านิยมของครอบครัว เป้าหมายมหาวิทยาลัย และสภาพแวดล้อมที่ลูกจะเติบโตได้ดีที่สุด สิ่งที่บทความนี้ให้คือกรอบสำหรับตั้งคำถามที่ดีขึ้น และรู้จักสังเกตคำตอบที่ดีเมื่อได้ยิน

สำหรับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความเข้มข้นทางวิชาการ การสอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา และประวัติการเข้ามหาวิทยาลัยที่พิสูจน์ได้ เราขอเชิญคุณมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +66 2 415-0099 หรืออีเมล admissions@basis.ac.th หรือ LINE: @BASISAdmissions

คำถามที่พบบ่อย

Q: กรุงเทพฯ มีโรงเรียนนานาชาติกี่แห่ง?
A: มากกว่า 100 แห่ง ใช้หลักสูตรหลากหลายทั้งอเมริกัน อังกฤษ IB และแบบผสม ความหลากหลายนี้ทำให้การเข้าใจความต่างของหลักสูตรสำคัญก่อนเริ่มเปรียบเทียบ

Q: ค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ เท่าไหร่?
A: ต่างกันมากตามโรงเรียนและสูงขึ้นตามระดับชั้นจนถึงเกรด 12 นอกจากค่าเทอม ควรเผื่อค่าสมัคร ค่ามัดจำ และค่าใช้จ่ายอื่นอย่างอาหาร รถรับส่ง หนังสือ และค่าสอบ ขอตารางค่าเทอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากทุกโรงเรียน และขอตารางปัจจุบันจากทีมรับสมัคร BASIS ได้

Q: โรงเรียนนานาชาติกับโรงเรียนสองภาษาต่างกันอย่างไร?
A: โรงเรียนนานาชาติสอนทั้งหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษภายใต้กรอบสากลและได้รับการรับรองระดับสากล ส่วนสองภาษาสอนทั้งไทยและอังกฤษ มักอิงหลักสูตรไทย โรงเรียนนานาชาติมักค่าเทอมสูงกว่าและมุ่งสู่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ

Q: หลักสูตร AP ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษไหม?
A: ได้ มหาวิทยาลัยในอังกฤษยอมรับ AP และหลายกรณีมองเทียบเท่า A-Level สำหรับการรับเข้า นักเรียนที่มีผล AP ดีมักถูกพิจารณาอย่างจริงจัง

Q: หลักสูตรไหนดีที่สุดสำหรับเด็กที่อยากเรียนแพทย์?
A: ไม่มีหลักสูตรใดรับประกันการเข้าคณะแพทย์ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและประเทศที่ตั้งเป้า สิ่งสำคัญคือรากฐานที่แข็งแรงในชีววิทยา เคมี และคณิตศาสตร์ ซึ่งสร้างได้ทั้งในระบบ AP และ A-Level

Q: ควรเริ่มหาโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่ลูกอายุเท่าไหร่?
A: หลายครอบครัวเริ่มตั้งแต่ลูกอายุ 2–4 ขวบ โดยเฉพาะระดับ Nursery และ Kindergarten แต่โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ รับนักเรียนทุกระดับชั้นและรองรับการย้ายโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

Q: ควรถามอะไรระหว่างเยี่ยมชมโรงเรียน?
A: ถามคะแนน AP เฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมด มหาวิทยาลัยที่นักเรียนลงทะเบียนเรียนจริง วิธีดูแลเด็กที่เรียนไม่ทัน ใครจะสอนลูกเรา ขนาดห้องเรียน และการแนะแนวมหาวิทยาลัยเริ่มตอนไหน

Q: ติดต่อโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ได้อย่างไร?
A: ติดต่อที่ admissions@basis.ac.th หรือโทร +66 2 415-0099 หรือ LINE: @BASISAdmissions เพื่อนัดเยี่ยมชมผ่านโปรแกรม Discovering BASIS Day

ทีมรับสมัคร โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ